โทนสีพื้นไม้

 

โทนสี : เทา-ขาว
โทนสว่าง สบายตา ให้บรรยากาศของความทันสมัยและเรียบง่าย ขับเน้นความสงบและเป็นกลางด้วยเฉดที่ค่อนไปทางสว่าง ซึ่งเหมาะกับการตกแต่งหลายแบบ อาทิ
1. สไตล์มินิมอล (Minimalist)
- เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสไตล์เรียบง่าย สีขาว เทา หรือสีไม้ธรรมชาติ
- เพิ่มความอบอุ่นด้วยการใช้วัสดุจากไม้ เช่น โต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ และวัสดุผ้า เช่น ผ้าคลุมโต๊ะ
2. สไตล์สแกนดิเนเวีย (Scandinavian)
- ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน และเพิ่มสีสันเล็กน้อยด้วยโทนพาสเทล เช่น สีฟ้าอ่อนหรือสีเขียวอ่อน
- เพิ่มต้นไม้และพืชในร่ม เติมความสดชื่นให้บ้าน
3. สไตล์โมเดิร์น (Modern)
- เติมความเข้มด้วยสีดำเพิ่มจุดเด่น เช่น กรอบปูปสีดำ หรือแจกันสีดำ
- ใช้วัสดุที่มีผิวเงางาม เช่น กระจก หรือเหล็ก
4. สไตล์อินดัสเทรียล (Industrial)
- เพิ่มสีโทนเข้ม เช่น สีเทาเข้มหรือดำ จากเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่ง
- ตกแต่งด้วยวัสดึที่ทำจากเหล็ก หรือวัสดุที่ดูดิบ ๆ อย่างปูนเปลือยหรือไม้เก่า
5. สไตล์คลาสสิค (Classic)
- ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายและรายละเอียดแบบดั้งเดิม เช่น โซฟาที่มีลวดลายคลาสสิค
- เพิ่มความหรูหราด้วยการใช้สีทอง หรือสีบรอนซ์บนของตกแต่ง เช่น กรอบกระจกหรือโคมไฟ

 

โทนสี : น้ำตาลเข้ม
ขับเน้นความคลาสสิกคลอเคล้าไปกับบรรยากาศอบอุ่น ทำให้บ้านดูหนักแน่นและเป็นธรรมชาติ โทนสีนี้เหมาะสำหรับการตกแต่งที่ต้องการความเป็นทางการหรือเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้าน เข้ากับการตกแต่งหลากสไตล์ อาทิ
1. สไตล์คลาสสิค (Classic)
- พื้นสีน้ำตาลเข้ม เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งที่มีสีทองหรือสีบรอนซ์
- ใช้ผ้าม่านหรือพรมที่ลวดลายหรูหรา
2. สไตล์คอนเทมโพรารี่ (Contemporary)
- ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์ทันสมัย เช่น โซฟาสีเทา หรือขาวสร้างความคอนทราสต์กับพื้น
- เพิ่มแสงสว่างด้วยการใช้โคมไฟที่มีดีำซน์เรียบง่าย พร้อมกับแสงไฟสีขาว
3. สไตล์รัสติค (Rustic)
- เพิ่มเฟอร์นิเจอร์ที่มีความเป็นธรรมชาติ เช่นโต๊ะไม้เด่าหรือเก้าอี้หนัง
- ตกแต่งด้วยพืชหรือวัสดึธรรมชาติ
4. สไตล์อินดัสเทรียล (Industrial)
- เข้าได้ดีกับผนังสีเทาเข้มหรือปูนเปลือย และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเหล็กหรือไม้ดิบ
- ใช้โคมไฟแขวนสไตล์ลอฟท์
5. สไตล์โบฮีเมียน (bohemian)
- เพิ่มสีสันพรมและหมอนที่มีลวดลายสดใส
- ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงหรือสีสันหลากหลาย ช่วยให้บ้านดูสดชื่น อบอุ่น ขับเน้นบรรยากาศสบาย ๆ

 

โทนสี : น้ำตาล
โทนสีน้ำตาลเป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะเหมาะกับการแต่งบ้านหลากหลายรูปแบบ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และมีกลิ่นอายความดั้งเดิมทั้งยังสบายตา ทำให้บ้านน่าอยู่
1. สไตล์ธรรมชาติ (natural)
- ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งที่เป็นวัสดุธรรมชาติ เช่นต้นไม้ หรือตู้ไม้ ขับเน้นบรรยากาศในบ้านให้ผ่อนคลาย
- มีที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้าบ้านมาก ๆ ช่วยให้บ้านโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี
2. สไตล์โบฮีเมียน (Bohemian)
- เพิ่มหมอน พรม และผ้าม่านสีสันสดใส ลวดลายเยอะ ๆ
- ใช้เฟอร์นิเจอร์หลากหลาย แต่งแต้มความสนุกสนาน
3. สไตล์คันทรี่ (Country)
- ใช้เฟอร์นิเจอร์ลายไม้กับของตกแต่งลายดอก กับผ้าลายตาราง
- ใช้โคมไฟหรือของตกแต่งวัสดุไม้ เช่น ตะกร้าหวาย
4. สไตล์โมเดิร์น (Modern)
- ใช้เฟอร์นิเจอร์ทันสมัยสีขาว หรือเทาอ่อน
- เพิ่มของตกแต่งที่มีลายเส้นคมชัดหรือสีสันคมเข้ม
5. สไตล์คอนเทมโพรารี่ (Contemporary)
- เน้นการใช้สีโทนกลาง เพิ่มของตกแต่งแนวหรูหรา เช่นโต๊ะกระจก หรือโคมไฟหรู
- ใช้พรมและผ้าม่านที่มีลวดลายหรือสีที่เข้ากันเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

 

โทนสี : น้ำตาลอ่อน
สียอดฮิตและตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับบ้านที่ต้องการเน้นความอบอุ่น สดใส แล้วความเป็นมิตร เนื่องจากสีน้ำตาลอ่อนสามารถตกแต่งได้ง่าย ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติแต่นุ่มนวลกว่าสีน้ำตาลปกติ
1. สไตล์สแกนดิเนเวีย (Scandinavian)
- เน้นเฟอร์นิเจอรืไม้สีอ่อนกับของตกแต่งดีไซน์เรียบง่าย
- ใช้พรมหรือผ้าม่านโทนสว่าง
2. สไตล์มินิมอล (Minimalist)
- เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบง่าย เน้นสีที่เป็นกลาง เช่น ขาว เทา หรือเบจ
- สีน้ำตาลอ่อนเป็นสีที่แสดงความมินิมอลอยู่แล้ว แค่ต้องพยายามจัดของตกแต่งไม่ให้หลุดธีม
3. สไตล์คันทรี่ (Country)
- เพิ่มความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีลวดลายไม้ธรรมชาติ เช่น โต๊ะอาหารไม้หรือเก้าอี้ที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง
- เพิ่มผ้าม่านและพรมที่มีลวดลายดอกไม้หรือลายตาราง เพื่อเพิ่มความน่ารักและสดใส
4. สไตล์คอนเทมโพรารี่ (Contemporary)
- ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยกับพื้นน้ำตาลอ่อน เพื่อสร้างความหรูหรา
- เพิ่มของตกแต่งที่มีสีเข้มหรือโลหะ เช่น โต๊ะกลางสีดำหรือโคมไฟที่มีดีไซน์ล้ำสมัย เพื่อสร้างความคอนทราสต์
5. สไตล์ทรอปิคอล (Tropical)
- ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งที่มีสีสันสดใส เช่น สีเขียวของพืชในร่ม หรือสีฟ้าของน้ำทะเล
- เพิ่มต้นไม้และพืชในร่มเพื่อสร้างบรรยากาศธรรมชาติและสดชื่น